#SingleMode #MultiMode **FTTx เลือกใช้สาย Fiber Optic แบบไหนดี? Single-Mode หรือ Multi-Mode แตกต่างกันอย่างไร?**
#ftth #fttx #fttr #digitaltvsystem #hoteliptv #Fiberoptic #FTTX #FTTR #FTTH #GPON #XGPON #Singlemode #Multimode #Opticalfiber
หนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่สำคัญของงาน Fiber Optic คือการเลือกชนิดสายให้เหมาะสมกับระบบ เพราะการเลือกสายผิดประเภทอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล และทำให้ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อได้ตามที่ออกแบบไว้
วันนี้เราชวนทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Fiber Optic ทั้ง 2 ประเภท
เป็นไฟเบอร์ที่มีขนาด Core ประมาณ 9 µm ออกแบบให้แสงเดินทางในโหมดเดียว เหมาะกับการส่งข้อมูลระยะไกล
จุดเด่น:
– ใช้แหล่งกำเนิดแสง Laser
– รองรับการส่งข้อมูลระยะไกลหลายสิบกิโลเมตร
– ใช้งานกับ GPON, EPON, XG-PON และ XGS-PON
– เหมาะกับ FTTH, FTTx, FTTR และ Backbone Network
– มาตรฐานสายที่นิยม เช่น G.652D และ G.657A
เป็นไฟเบอร์ที่มี Core ขนาด 50 หรือ 62.5 µm รองรับการเดินทางของแสงหลายโหมด เหมาะกับการส่งข้อมูลในระยะสั้น
จุดเด่น:
– นิยมใช้แสง 850 nm และ 1300 nm
– ใช้ Transceiver ประเภท VCSEL หรือ LED ตามระบบ
– เหมาะกับ Data Center และระบบ LAN ภายในอาคาร
– สายที่พบได้ เช่น OM1, OM2, OM3, OM4 และ OM5
การนำ Multi-Mode มาใช้กับระบบ GPON หรือใช้ Transceiver ไม่ตรงกับชนิด Fiber อาจทำให้
– Optical Link ไม่ขึ้น
– ค่า Optical Power ผิดปกติ
– เกิด Optical Loss สูง
– ระบบเชื่อมต่อไม่เสถียร
– ไม่สามารถทำงานตาม Optical Budget ที่ออกแบบไว้
ก่อนส่งมอบงานควรตรวจสอบ:
1. ชนิดสาย Fiber ว่าเป็น SMF หรือ MMF
2. มาตรฐานสาย G.652D / G.657A
3. Wavelength ของ Optical Transceiver
4. Connector SC/APC หรือ SC/UPC
5. Optical Power ด้วย Power Meter
6. Optical Loss และ Optical Budget
7. ตรวจสอบสายด้วย OTDR เมื่อจำเป็น
การเลือกอุปกรณ์และสาย Fiber ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดปัญหาหน้างาน ลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบ Network ในระยะยาว








Total Users : 38125
Total views : 69022
Who's Online : 0