วิธีเลือกซื้อทีวีสำหรับห้องพักในโรงแรม Hospitality, Hospitality TV, hotel TV

ทีวีสำหรับโรงแรม

อย่าเพิ่งประหลาดใจว่า ทำไมต้องมาถามว่า จะซื้อทีวีสำหรับใช้ในโรงแรม จำเป็นต้องมีวิธีหรือเคล็ดลับในการเลือกซื้อหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้ว ทีวี ถ้าดูจากภายนอก ก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าจะนำไปใช้สำหรับโรงแรมแล้ว ขอบอกได้เลยว่า มีความจำเป็นที่เราจะต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน ลองมาดูรายละเอียดกันหน่อยว่า ทีวีสำหรับโรงแรม มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไรในยุคเทคโนโลยี

 

เทคโนโลยีของทีวี

ทีวีในปัจจุบัน มีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก สังเกตจากภายนอก และดูด้วยตาเปล่า ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ใหญ่มากขึ้น จอแบนและบางมาก หรือทีวีที่เกือบจะไร้ขอบจอ นอกจากนี้ จอโค้งก็มีให้เห็นแล้ว แต่ที่น่าประทับใจกว่านั้น ก็คือ จอที่มีสองด้าน มองด้านไหนก็ได้  (จอสองด้าน เหมาะสำหรับทำเป็น Signage สำหรับร้านค้าและโรงแรม) นอกจากนี้ ความละเอียดในการแสดงผลก็สูงมากขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Full HD, 2K, 4K หรือ 8K

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความละเอียดระดับ 2K, 4K หรือ 8K

  • 2K หมายถึง หน้าจอความละเอียด 2 เท่าของ Full HD
  • 4K หมายถึง หน้าจอความละเอียด 4 เท่าของ Full HD
  • 8K หมายถึง หน้าจอความละเอียด 8 เท่าของ Full HD

ทีวีสำหรับห้องพักในโรงแรม

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า ทำไม การเลือกซื้อทีวีสำหรับห้องพักในโรงแรมจำเป็นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ซึ่งเราสามารถสรุปเหตุผลเป็นข้อๆ ได้ประมาณนี้

  • จำนวนทีวีของโรงแรม มีจำนวนมาก (เท่ากับหรือมากกว่าจำนวนห้อง)
  • การตั้งค่าช่องในทีวี หรือการ Tune ทีวี ถ้าเป็นทีวีปกติ ต้องมาทำทีละเครื่อง ลองคิดดูว่า มีสัก 200 เครื่องจะเสียเวลาขนาดไหน
  • การเชื่อมต่อ ลูกค้าของโรงแรมต้องการเชื่อมต่อผ่านมือถือ เพื่อแสดงผลบนทีวี ดูหนัง เล่นเกมส์ ซึ่งทีวีปกติทำไม่ได้ ยกเว้นต้องซื้ออุปกรณ์เสริม
  • สมาร์ททีวี ดูหนัง ฟังเพลงออนไลน์บนทีวีผ่านอินเตอร์เน็ต
  • IPTV ทำให้ทีวี แสดงข้อมูลของโรงแรมที่เราต้องการบนหน้าจอทีวีได้โดยตรง

วิธีเลือกซื้อทีวี สำหรับโรงแรม

  • เลือกรุ่นทีวี ที่รองรับ Hotel Mode / Hospitality Mode
    Hotel Mode / Hospitality Mode หมายถึง ทีวีที่รองรับการ setup ผ่าน remote control ซึ่งหมายถึง เราสามารถ tune ช่องทีวีที่เครื่องหนึ่ง จากนั้น สามารถทำซ้ำช่องทีวีผ่าน remote control ไปยังทีวี เครื่องอื่นๆ ได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการ setup ทีวีทีละเครื่อง
  • Smart TV
    หมายถึง ทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง สามารถเชื่อมต่อและเล่น YouTube ได้โดยตรงหรือสามารถเชื่อมผ่านสมาร์ทโฟนได้ด้วย สามารถติดตั้งแอพฯ เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกันกับสมาร์ทโฟน
  • ทีวีที่รองรับ IPTV
    IPTV คือ การทำให้ทีวี มีความสามารถใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ สามารถแสดงข้อมูลหรือ Content ต่างๆ ของโรงแรม สามารถแสดงคำทักทายตอนเปิดเครื่อง สามารถรับข้อความหรือ Message นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต รวมทั้งแสดงผลค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่มาพักในห้องนั้นๆ ได้อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม Smart TV และ IPTV

  • Smart TV สามมารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง
  • ทีวีที่เป็น Smart TV สามารถติดตั้ง IPTV
  • ทีวีธรรมดา สามารถติดตั้ง IPTV ได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม ที่เรียกว่า STB (Set Top Box)

การทำทีวีเป็น IPTV จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Server เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูลและแสดงผลบนทีวีแต่ละเครื่อง และ TV ทุกเครื่อง ก็จำเป็นจะต้องเชื่อมต่อเครื่องข่ายอินเตอร์เน็ตได้ด้วย อาจเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi/Wired แต่แนะนำว่า เชื่อมต่อผ่านสายแลน (Wired) จะดีกว่า

ความสามารถต่างๆของระบบของทีวี ทำอะไรได้บ้าง

การตั้งค่า
        การจะเข้าไปตั้งค่าต่างๆ ของ Hotel TV นั้น จะต้องมีการกดรหัสที่ถูกกำหนดจากบริษัทผู้ผลิตเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้แขกที่มาพักหรือผู้ใช้งานทั่วไป สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าต่างๆ ได้

ค่าเริ่มต้น เมื่อเปิดทีวี

        เพื่อต้องการให้แขกที่มาพัก ได้พบกับประสบการณ์ทีดีในการเข้าพัก หลายๆโรงแรมก็จะต้องกำหนดค่าเริ่มต้นของระบบทีวี เพื่อให้สะดวกและเหมาะสมกับผู้เข้าพักมากที่สุด เช่น Boot Logo , Start Volume , Max Volume , Start Channel

  – Boot Logo สามารถกำหนดหรือสร้าง Logo ตอนเปิดทีวีเป็น Logo หรือสัญลักษณ์ ของโรงแรมได้

        – Start Volume , Max Volume สามารถกำหนดระดับเสียงได้ว่าเมื่อเริ่มเปิด TV จะให้ระดับความดังเสียงเริ่มต้นเป็นเท่าไร และสามารถเร่งระดับเสียงสูงสุดได้ไม่เกินที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันเสียงไปรบกวนห้องข้างๆ
        – Power On Channel โดยส่วนใหญ่แล้วแต่ละโรงแรม จะมีช่องรายการเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ( Hotel Channel ) ดั้งนั้น ทุกครั้งที่เปิดทีวีขึ้นมาแล้วจะแสดงเป็นช่องของโรงแรมเสมอ ซึ่ง Hotel TV สามารถทำได้
  – Cloning ผ่าน USB ได้ ลองนึกภาพว่า การจูนรับสัญญาณทีวี  1 เครื่อง ใช้เวลา 10 นาที ถ้าเป็นที่บ้าน หรือมีทีวีแค่เครื่องเดียวคงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าโรงแรมมีทีวีทั้งหมดสัก 200 เครื่อง จะเกิดอะไรขึ้น เท่ากับ 200 x 10 = 2,000 นาที ที่ต้องสูญเสียไป แต่ถ้าเราสามารถทำ Cloning ผ่านระบบ USB ได้ จะใช้เวลาแค่เครื่องละ 1 นาที เท่านั้น เท่ากับว่าเราสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 10 เท่า เลยทีเดียว
 
และยังมีฟั่งชั่นพิเศษอีกมากมายที่ทีวีปกติทำงานไม่ได้
เช่น
-ตัวทีวีเองสามารถปล่อง Hosport Wifi ฝายในตัวของทีวีเองได้
-สามารถใช้งาน IP Phone ภายในตัวทีวีได้
ความสามารถของเขามันเยอะจริงๆเลยครับ